Health

  • 10 คุณค่าของอเะโวคาโด้ ที่ต้องรู้
    10 คุณค่าของอเะโวคาโด้ ที่ต้องรู้

    อะโวคาโด ผลไม้ต่างเมือง ผลไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก ที่เป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพทั่วโลก มีวิตามินและแร่ธาตุที่ให้คุณประโยชน์แก่ร่างกายอยู่มากมาย ถึงแม้อะโวคาโดจะมีผลไม้ที่มีไขมันสะสมอยู่ในจำนวนมาก แต่ก็เป็นไขมันที่ดี ไฟเบอร์สูง วันนี้เราจึงขอแชร์คุณประโยชน์ทั้ง 10 ประการของอะโวคาโดว่าทำไมถึงเป็นผลไม้ขวัญใจคนรักสุขภาพ

    10 คุณค่าของอเะโวคาโด้ ที่ต้องรู้

    1. ช่วยลดน้ำหนัก

    หากใครมีปัญหากับน้ำหนักอยากจะลดลงมาให้ดูดีอีกสักหน่อย การทานอะโวคาโดจึงเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียว เนื่องจากอะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง แต่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลในปริมาณต่ำ

    รวมทั้งกรดโอเลอิกที่ช่วยกระตุ้นสมองให้อิ่มเร็ว ไม่หิวบ่อย อีกทั้งยังช่วยลดไขมันไม่ดีในเลือดให้ลดลง จึงส่งผลให้น้ำหนักลงได้

    1. โปรตีนสูง

    ด้วยคุณสมบัติที่อะโวคาโดมีโปรตีนอยู่มาก โดยโปรตีนในอะโวคาโดนั้นเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ช่วยให้ขับถ่ายได้ดีจึงไม่ทำให้ท้องผูกจึงเกี่ยวโยงกับการช่วยลดน้ำหนัก

    1. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

    เนื่องจากอะโวคาโด เป็นแหล่งที่รวบรวมไขมันดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเอาไว้ หากรับประทานอะโวคาโดอย่างเป็นประจำก็จะช่วยลดไขมันที่ไม่ดี และคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งช่วยให้ไม่เกิดไขมันสะสมในเส้นเลือด สาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และหัวใจตีบ ทำให้เกิดการกระตุ้นให้หัวใจให้สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    1. ลดน้ำตาล

    อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำ จึงถูกนำไปใช้ในทางการแพทย์กับผู้ป่วยเบาหวานด้วยการรับประทานเพื่อช่วยควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด

    1. ป้องกันโรคปากนกกระจอกและลดอาการเหน็บชา

    เนื่องจากในอะโวคาโดนั้นมีวิตามินบี ที่ช่วยลดการอักเสบให้กับร่างกายทั้งภายนอกและภายใน การทานอะโวคาโดเป็นประจำจึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคปากนกกระจอกหรือมีอาการเหน็บชาได้

    1. บำรุงสายตา

    นอกจากในอะโวคาโดจะมีวิตามินเอ ที่เราทราบกันดีว่าช่วยบำรุงสายตาแล้ว ยังมีสารที่เรียกว่าลูทีน  และซีแซนทีน ที่มีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจก และโรคจุดรับภาพเสื่อม

    1. ต้านสารอนุมูลอิสระ

    ในอะโวคาโดนั้นมีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายจากมลพิษรอบตัวจากภายในและภายนอก จึงทำให้ช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง สุขภาพร่างกายแข็งแรง

    1. ป้องกันหวัด

    ในอะโวคาโดยังมีวิตามินซี ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายไม่เจ็บป่วยเป็นหวัดได้ง่าย และยังช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟันด้วยเช่นกัน

    1. คงความเยาว์วัย

    ปัจจุบันอะโวคาโดถูกนำมาพัฒนาเป็นหนึ่งในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณมากมาย ส่วนหนึ่งนั้นคือเรื่องของการลดริ้วรอยแห่งวัย เนื่องจากอะโวคาโดนั้นเป็นผลไม้ที่ช่วยลดเรือนริ้วรอยที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาได้ดี จึงช่วยทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้

    10.บำรุงผิวและเส้นผม

    ด้วยอะโวคาโดมีไขมันดีที่สามารถสกัดออกมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและผิวพรรณได้ โดยมีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผมและผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    อยากสุขภาพดีง่ายๆ บิ๊กซีมีบริการช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ คลิก จัดส่งให้คุณถึงที่ รับรองคุณภาพเหมือนเลือกซื้อเองกับมือคุณ

    ข้อมูลจาก  https://www.bigc.co.th/blog/th/10-benefit-of-avocado/

    ติดตามอ่านต่อได้ที่ flowersforyouhollywood.com

Economy

  • กฟผ. ลุยโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริดแม่ฮ่องสอนแล้ว
    กฟผ. ลุยโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริดแม่ฮ่องสอนแล้ว

    กฟผ. ลุยโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสมาร์ทกริดแม่ฮ่องสอนแล้ว

    กรุงเทพฯ 1 มิ.ย.-กฟผ. ร่วมกับอิตัลไทยวิศวกรรม ลงนามสัญญาจัดซื้อและก่อสร้างโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้วยระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หนุนเสริมการท่องเที่ยวสีเขียว พร้อมวางเป้าสู่ผู้นำสมาร์ทกริดในระดับอาเซียน


    นายประเสริฐศักดิ์ เชิงชวโน รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้าและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เป็นผู้แทน กฟผ. ร่วมลงนามสัญญาจัดซื้อและจ้างก่อสร้างโครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับนายสกล เหล่าสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายชัยยศ ว่องไวทยกรกุล ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด

    ทั้งนี้ โครงการนำร่องการพัฒนาสมาร์ทกริดที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน (Smart Grid) เป็นโครงการตามแผนพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะของประเทศไทย ที่นำเทคโนโลยีหลายประเภทมาประยุกต์ใช้งานร่วมกัน เพื่อพัฒนาระบบไฟฟ้าใน จ.แม่ฮ่องสอน ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น แก้ปัญหาไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับของจังหวัด โดยสมาร์ทกริดจะทำงานเชื่อมโยงโรงไฟฟ้าทุกแห่งในพื้นที่แม่ฮ่องสอน ผ่านระบบควบคุมไมโครกริด (Micro grid Control Center System) ที่ช่วยบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้าภายในระบบให้สมดุล มีประสิทธิภาพสูงสุด โดย กฟผ. วางเป้าให้โครงการเป็นสถานที่สำหรับศึกษาเรียนรู้ วิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนขยายระบบสมาร์ทกริดไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศที่มีปัญหาด้านพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสมาร์ทกริด และการประยุกต์ใช้งานในระดับภูมิภาคอาเซียน

    สำหรับสมาร์ทกริดจังหวัดแม่ฮ่องสอน

    จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ขนาดกำลังผลิต 4 เมกะวัตต์ เข้ามาช่วยเสริมกำลังของแหล่งผลิตไฟฟ้าในจังหวัดแม่ฮ่องสอนเพิ่มเติม โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2565


    นอกจากนี้ โครงการฯ ยังมีแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวสีเขียวของ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งสอดรับกับวิสัยทัศน์ของจังหวัด โดยจะจัดให้มีรถบัสไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV Bus) และสถานีอัดประจุไฟฟ้าไว้ให้บริการประชาชน จัดสร้างศูนย์เรียนรู้ด้านพลังงานวัฒนธรรมเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับผู้สนใจ พร้อมลานกิจกรรมและเปิดเป็นพื้นที่จำหน่ายสินค้า คาดว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชน ส่งเสริมเศรษฐกิจภาพรวมของจังหวัด

    นายสกล เหล่าสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิตัลไทยวิศวกรรม จำกัด กล่าวว่า การลงนามสัญญาจัดซื้อนครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของอิตัลไทยวิศวกรรม ที่จะแสดงศักยภาพในการดำเนินวิศวกรรมระบบไฟฟ้าสมาร์ทกริด และเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ทั้งสองหน่วยงานมีความตั้งใจพัฒนาเพื่อให้ประชาชนชาว จ.แม่ฮ่องสอน ได้มีระบบไฟฟ้าที่มีความเสถียร และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นโครงการเพื่อประโยชน์แก่สังคมภาพรวมอย่างแท้จริงโดยบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จตามที่ทุก ๆ ฝ่ายมุ่งหมายไว้.-สำนักข่าวไทย

    ขอบคุณแหล่งที่มา : tna.mcot.net